การใช้อสังหาฯค้ำประกัน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ | Buyhome.in.th 

การใช้อสังหาฯค้ำประกัน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

เมื่อ 16 ส.ค. 2559 อ่าน 236 ครั้ง

การใช้อสังหาฯค้ำประกัน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

พูดถึงการลงทุนและการทำกำไรจากอสังหาริมทรัพย์มาเยอะแล้ว วันนี้จึงขอพูดประโยชน์อีกด้านของการมีอสังหาฯไว้ในครอบครอง นั้นก็คือการนำอสังหาฯที่ปลอดการจำนอง มาเป็นหลักทรัพย์เพื่อขอกู้ยืมเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจของตน เพราะหลายๆคนที่ลงทุนอสังหาฯนั้น ไม่ได้ได้เงินจากอสังหาฯเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีธุรกิจอื่นเป็นของตนเอง แล้วใช้อสังหาฯเป็นตัวสร้างกระแสเงินสด หรือ Passive income เพิ่มเติม โดยสินเชื่อนี้เรียกว่า สินเชื่ออเนกประสงค์ (ลูกค้าบุคคลก็สามารถกู้ได้) โดยผู้ประกอบธุรกิจที่สนใจจะขอกู้สินเชื่ออเนกประสงค์นี้ จะต้องประกอบธุรกิจมาแล้ว อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 ปี
ลักษณะของเงินกู้แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักดังนี้


1.    สินเชื่อเบิกเกินบัญชี (Overdraft หรือ O/D) เป็นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและทุนหมุนเวียนในธุรกิจ โดยเบิกเงินออกจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ในรูปแบบเช็ค ทำให้สามารถเบิกเงินออกหรือชำระเงินคืนธนาคารได้ตลอดเวลา จะมีการคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวัน ตามแต่ระยะเวลาที่เบิกเงินออกไป โดยอัตราดอกเบี้ยก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร เช่น สินเชื่อบัวหลวงสานฝัน ธนาคารกรุงเทพ เพิ่มเติม สินเชื่อบ้านทวีทรัพย์กสิกรไทย (K-Home Equity) ธนาคารกสิกร เพิ่มเติม สินเชื่ออเนกประสงค์ ยูโอบี แคช ทู โฮม(Cash to Home) ธนาคารยูโอบี เพิ่มเติม


2.    วงเงินกู้ (Load) เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้เพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจได้ โดยเป็นสินเชื่อที่ให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้จ่ายได้ตามต้องการ วงเงินกู้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100,000 – 10,000,000 บาท และอนุมัติเฉลี่ยประมาณ 80 -85% ของมูลค่าประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งในเราสามารถใช้อสังหาฯที่อยู่ในความครองครอบของเรามาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้นั้นเอง อายุเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ปี การคิดดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอก ตามอัตราดอกเบี้ยที่แต่ละธนาคารนั้นกำหนด เช่น สินเชื่อธนชาตบ้านแลกเงิน (Cash your Home)ธนาคารธนชาติ เพิ่มเติม สินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคช (Home for Cash) ธนาคารกรุงศรี เพิ่มเติม สินเชื่อบ้านอเนกประสงค์ ธนาคารทีเอ็มบี เพิ่มเติม นอกจากการกู้ประเภทที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ก็ยังมีบางธนาคารที่มอบสิทธิพิเศษให้สำหรับ “ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยปัจจุบัน” ของธนาคาร จะสามารถขอกู้วงเงินเพิ่มเติมได้ ตามเงือนไขที่แต่ละธนาคารเป็นผู้กำหนด เช่น สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม ( SCB Home Loan Top Up) ธนาคารไทยพาณิชย์


และสำหรับลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนดี ผ่อนมาแล้วมากกว่า 2 ปี ก็จะสามารถขอวงเงินเพิ่มได้ถึง 5 ล้านบาทเลยทีเดียว ในท้ายที่สุด ของบอกว่า ถึงแม้การขอสินเชื่อประเภทอเนกประสงค์นี้ จะทำให้สามารถเพิ่มความคล่องตัวในการหมุนเวียนเงินของธุรกิจได้ แต่หากนำเงินกู้นั้น ไปดำเนินการด้วยความประมาท ใช้จ่ายผิดประเภท ขาดการบริหารจัดการที่ดี อาจก่อให้เกิดภาระหนี้บานปลาย กลายเป็นปัญหาการเงินในการดำเนินธุรกิจก็เป็นได้